เสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ที่โดนล่า อาจเป็นตัวเดียวกับที่โผล่เล่นกล้องปีก่อน

เจ้าหน้าที่พบเศษซากกระดูกขา-ลำไส้ เชื่อเป็นของเสือดำที่ถูก “เปรมชัย” ล่า เร่งนำพิสูจน์ โยงอาจเป็นตัวเดียวกับที่โผล่มาเล่นกล้องเมื่อปีก่อน

เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้ลงพื้นที่ตามหาหลักฐานบริเวณลำห้วยปะชิ จุดใกล้กับที่ นายเปรมชัย กรรณสูต และคณะตั้งแคมป์ล่าสัตว์ หลังจากที่ค้นหาอยู่หลายชั่วโมง ก็ได้พบกับชิ้นส่วนกระดูกขา 2 ชิ้น เศษกระดูกอีก 2 ชิ้น และลำไส้ใหญ่ ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนขาหลังของเสือดำที่ถูกล่า

ขณะที่การตรวจสอบแนววิถีกระสุนปืนรอบๆ พื้นที่ตั้งแคมป์ของนายเปรมชัย พบรอยกระสุนที่ต้นไม้ 2 จุด โขดหินอีกจุด รวมทั้งพบกองมูลเสือ 3 กอง และกระจุกขนเสือดำอยู่ใกล้ๆ ลำห้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นจุดที่มียิงล่าเสือดำ ก่อนที่เสือดำจะวิ่งหนีตามสัญชาตญาณและไปสิ้นใจตายอยู่ตรงจุดที่พบกองมูล

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังสันนิษฐานว่า เสือดำที่ถูกล่าในครั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นเสือดำเพศผู้ เพราะวิเคราะห์พฤติกรรมจากกล้องวิจัยที่เคยตั้งเก็บภาพเอาไว้ห่างจากจุดชำแหละ 100 เมตร ทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่งหากินของเสือดำและเป็นตัวเดียวกันที่พบในภาพ

ขณะเดียวกันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า เสือดำตัวนี้เป็นตัวเดียวกันที่เคยเป็นข่าวเมื่อราวๆ ปีก่อน ที่มีการเผยแพร่คลิปภาพเสือดำโผล่มาเล่นกล้องในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ซึ่งเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกัน ทำให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า แต่ยังต้องรอผลการตรวจซากและพิสูจน์แน่ชัดเสียก่อนว่าจะเป็นเสือดำตัวเดียวกันหรือไม่

“ศรีวราห์” ยืนยัน ยังไม่มีการแจ้งความ ”หน.วิเชียร” ระบุข่าวคลาดเคลื่อน

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” ยัน ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี หัวหน้าวิเชียร ชี้เรื่องค่าธรรมเนียม – อนุญาตเข้า เป็นเรื่องภายในกรมอุทยานฯ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมท์ จำกัด (มหาชน) และพวกคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า

จากการสอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (8กุมภาพันธ์) จนถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียรแต่อย่างใด มีเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายเปรมชัยและพวก ฐานติดสินบนเจ้าพนักงานเท่านั้น

โดยจากการสอบปากคำนายวิเชียร ให้การว่าคณะของนายเปรมชัย มีความพยายามติดสินบน ทั้งนี้ในทางกฎหมายเพียงแค่แสดงความพยายามก็ถือว่ามีความผิดแล้ว นอกจากนี้นายวิเชียร ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ไว้แล้ว ด้วย

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายวิเชียรนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในประเด็นนี้ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือแจ้งข้อหาใดๆ กับนายวิเชียร

ส่วนการอนุญาตให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปภายในอุทยานฯ ทราบว่าเป็นการอนุญาตเข้าพื้นที่ ตามระเรียบ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ 1.จ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท ส่วนยานพาหนะจ่ายคันละ 30 บาท เข้าไป

2.กรณีที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ เพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยธรรมชาติ โดยได้รับการงดเว้นค่าธรรมเนียม ซึ่งกรณีนี้ทราบว่าเป็นการเข้าโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นการอนุญาตจากดุลพินิจภายในหน่วยฯ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ

ตำรวจไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ แต่เบื้องต้นจากการสอบปากคำได้ทำรายงานไปยังอธิบดีกรมอุทยานทราบฯแล้ว ส่วนในกรมอุทยานจะมีการดำเนินการอย่างไรตนไม่สามารถก้าวล่วงได้

ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียร ตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ข่าวสารที่เสนอไปอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน