ตร.สอบนาน 17 ชั่วโมง เจ๊บ้าบิ่น ยังยืนยันคำให้การเดิม คดีหวย 30 ล้าน

ผบช.ก.สอบ “เจ๊บ้าบิ่น” คดีหวย 30 ล้าน นานกว่า 17 ชั่วโมง ยังไม่รับสารภาพ คงคำให้การเดิม ลั่นหากผิดตำรวจฟันไม่เลี้ยง

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวภายหลังร่วมสอบปากคำ นางรัตนพร หรือ เจ๊บ้าบิ่น และ นางพัชริดา หรือ เจ๊พัช รวมถึงนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในคดีหวย 30 ล้านบาท นานกว่า 9 ชั่วโมงว่า ตำรวจยังคงเปิดโอกาส ผู้ที่ถูกเชิญตัวมาซักถาม ได้ให้การอีกครั้ง ซึ่งถือว่ามีแนวโน้มในทางที่ดีแต่ยังไม่ขอให้รายละเอียดว่าให้การอย่างไรบ้าง

ส่วนข้าราชการตำรวจที่เชิญมาก็สอบถามพูดคุยซักถามในประเด็นการทำหน้าที่ ว่ารับเรื่องแจ้งความลงบันทึกประจำวันอย่างไรบ้าง ก็ได้ประโยชน์บ้างพอสมควร โดยยืนยันว่าหากตำรวจผิดในขั้นตอนใดก็ต้องถูกดำเนินคดีไม่มีละเว้น

ส่วนกระแสข่าวเรื่องที่เจ๊บ้าบิ่นให้การรับสารภาพนั้น ยืนยันว่ายังไม่รับสารภาพ แต่ได้บอกข้อเท็จจริงไปแล้วว่ามีอะไรจะพูดอีกหรือไม่ก็ถือว่าตำรวจให้โอกาสแล้ว แต่ยังไม่ยอมรับโอกาส และหากเกิดอะไรขึ้นต้องยอมรับสภาพซึ่งตนเองก็รู้สึกเห็นใจ เพราะเป็นผู้หญิงแล้วเป็นคนทำมาหากินด้วย ซึ่งเจ๊บ้าบิ่นก็ยังคงยืนยันในสิ่งที่ได้ให้การไว้ก่อนหน้านี้

ส่วนผลการสอบปากคำตลอดทั้งวันนี้ จะนำไปสู่การออกหมายจับใครหรือไม่เป็นขั้นตอนต่อไป ยังไม่สามารถเปิดเผยได้แต่ที่เคยบอกไปแล้วว่าไม่เกินสิ้นเดือนนี้จะมีคำตอบ

จากนั้นพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ยังคงสอบปากคำทั้งหมดต่อในประเด็นที่สงสัย และได้อนุญาตให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี 4 นาย และ นายแผน เดินทางกลับไปในช่วงกลางดึก โดยยังคงสอบปากคำ เจ๊บ้าบิ่น กับ เจ๊พัช ต่อเนื่องจนถึงเวลา 05.00 น. ก่อนพากลับไปส่งที่บ้านพัก ซึ่งทั้งเจ๊บ้าบิ่นและเจ๊พัชอยู่ในสภาพที่อิดโรย และยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำให้การแต่อย่างใด

“ศรีวราห์” ยืนยัน ยังไม่มีการแจ้งความ ”หน.วิเชียร” ระบุข่าวคลาดเคลื่อน

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” ยัน ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี หัวหน้าวิเชียร ชี้เรื่องค่าธรรมเนียม – อนุญาตเข้า เป็นเรื่องภายในกรมอุทยานฯ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมท์ จำกัด (มหาชน) และพวกคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า

จากการสอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (8กุมภาพันธ์) จนถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียรแต่อย่างใด มีเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับนายเปรมชัยและพวก ฐานติดสินบนเจ้าพนักงานเท่านั้น

โดยจากการสอบปากคำนายวิเชียร ให้การว่าคณะของนายเปรมชัย มีความพยายามติดสินบน ทั้งนี้ในทางกฎหมายเพียงแค่แสดงความพยายามก็ถือว่ามีความผิดแล้ว นอกจากนี้นายวิเชียร ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ไว้แล้ว ด้วย

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวในโลกโซเชียลมีเดียว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายวิเชียรนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในประเด็นนี้ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษหรือแจ้งข้อหาใดๆ กับนายวิเชียร

ส่วนการอนุญาตให้นายเปรมชัยและพวกเข้าไปภายในอุทยานฯ ทราบว่าเป็นการอนุญาตเข้าพื้นที่ ตามระเรียบ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ 1.จ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท ส่วนยานพาหนะจ่ายคันละ 30 บาท เข้าไป

2.กรณีที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ เพื่อเข้าไปศึกษาวิจัยธรรมชาติ โดยได้รับการงดเว้นค่าธรรมเนียม ซึ่งกรณีนี้ทราบว่าเป็นการเข้าโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นการอนุญาตจากดุลพินิจภายในหน่วยฯ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ

ตำรวจไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ แต่เบื้องต้นจากการสอบปากคำได้ทำรายงานไปยังอธิบดีกรมอุทยานทราบฯแล้ว ส่วนในกรมอุทยานจะมีการดำเนินการอย่างไรตนไม่สามารถก้าวล่วงได้

ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิเชียร ตามที่เป็นกระแสข่าวแต่อย่างใด ข่าวสารที่เสนอไปอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน

หนุ่มเมาขาดสติ ตำรวจมาเตือน คว้าปืนยิงรองสวป.หนองขาม ดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ก.พ.) เมื่อเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจหนองขาม ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บริเวณตลาดต่อศักดิ์เก่า หมู่ 11 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพบมีผู้ถูกยิง 2 ราย

ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.แหลมฉบัง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 ราย ทราบชื่อ คือ ร.ต.อ.อิศรพงษ์ รองสารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหนองขาม ถูกยิงบริเวณไหล่ซ้ายตัดขั้วหัวใจ ส่วนอีก 1 ราย คือ นายศุภสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาสา ถูกยิงที่บริเวณท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ คือ นายนิรุต อายุ 39 ปี เจ้าของร้านขายของชำบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งนั่งกินเหล้าอยู่บริเวณหน้าร้านและเกิดส่งเสียงดัง จึงมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อม ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ จึงเดินทางมาตักเตือน แต่นายนิรุตมีอาการเมาสุรา จึงเกิดมีปากเสียงและเกิดชกต่อยกับเจ้าหน้าที่

จากนั้นจึงเดินเข้าไปในบ้านไปหยิบอาวุธปืนซุกไว้ด้านหลัง 2 กระบอก เป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม.และ .38 มม. โดยจังหวะนั้น ร.ต.อ.อิศรพงษ์ ได้เดินทางมาสมทบและบุกจู่โจมเข้าล็อคตัวนายนิรุตพร้อมด้วยตำรวจอาสา ทำให้นายนิรุตชักอาวุธปืนที่พกไว้ด้านหลังยิงขึ้นฟ้า 1 นัด และยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นัด และ ตำรวจอาสา 1 นัด ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

ซึ่งหลังลงมือก่อเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนนั่งอยู่ตรงที่นั่งดื่มเหล้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ประสานกับตำรวจอีกหลายนาย ให้มาช่วยปิดล้อมและกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาบริเวณนั้นโดยเด็ดขาด เพื่อดำเนินการเจราจรและเข้าจับกุม

แต่เนื่องจากผู้ต้องหายังมีอาวุธปืน จึงยังไม่กล้าบุกเข้าจับตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมจนญาติคนร้ายมาแล้วเข้าไปเจรจาเกลี้ยกล่อมจนผู้ก่อเหตุยอมใจอ่อนมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ พร้อมควบคุมตัวไปทำการสอบสวน

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าเมา และเป็นคนยิงตำรวจและตำรวจอาสาจริง จึงทำการตรวจแอลกอฮอล์และตรวจสารเสพติด พบว่ามีสารเสพติดยาไอซ์ ยาเค และยาบ้า ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเสพจริง ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม ดำเนินคดีต่อไป

ปส.เผย ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ แจงรายได้ไม่สอดคล้องกับราคาลัมโบร์กินี

ผบช.ปส. ระบุ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ยังแจงที่มาของรายได้ ไม่สัมพันธ์กับราคาของรถลัมโบร์กินี – หากมาเข้าพบ พงส. วันนี้ จะยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า นายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้ประสานกับทางตำรวจว่าจะเดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะพนักงานสอบสวน ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยจะเข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับที่มาของรถลัมโบร์กินี กาลาโด, รถบิ๊กไบค์ ของกลาง รวมถึงที่มาของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากแนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่า ธุรกิจจำหน่ายและตกแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพียงอย่างเดียว และทำอาชีพนักแข่งรถเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ของนายเบนซ์

ทั้งนี้ ในวันนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและจะเป็นการเข้าให้ข้อมูลครั้งสุดท้าย โดยให้เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน แต่หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจะแจ้งข้อกล่าวหาพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในข้อหาสมคบและสนับสนุน หรือช่วยเหลือการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

ขณะที่ นายสรรชัย นพรัตน์ ฝ่ายกฎหมาย บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด, บริษัท ไฟแนนซ์ ของรถลัมโบร์กินี เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำเอกสารเกี่ยวกับการทำไฟแนนซ์ของรถคันดังกล่าว มามอบให้พนักงานสอบสวน ส่วนจะมีการเรียกมาพบอีกหรือไม่ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ทั้งนี้ ยืนยันว่ารถลัมโบร์กินีจัดไฟแนนซ์ที่นี่จริง และยังไม่หมดสัญญากับทางบริษัท

ทางด้าน พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษกกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เผยว่า ทางพนักงานสอบสวนไม่ได้ออกหมายเรียก เบนซ์ เรซซิ่ง แต่เป็นทางแม่ของนายเบนซ์ได้ติดต่อประสานเข้ามา ว่าจะนำเอกสารมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าจะเดินทางมาเมื่อไหร่ แต่ตามหลักแล้ว นายเบนซ์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางมาให้ปากคำแล้ว เพราะพยานหลักฐานที่ตำรวจมีเพียงพอแล้ว

ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้อยู่ระหว่างการขอเอกสารการทำธุรกิจทางการเงินอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานต่างๆ เท่านั้น และเตรียมสรุปสำนวนคดีก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปทั้งหมด หากพบว่า นายเบนซ์ กระทำผิดจริงก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงหลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. จะเป็นผู้ตรวจสอบที่มาที่ไปของทรัพย์สินทั้งหมด ที่ตรวจยึดมาได้ทั้ง 12 รายการ