พลเมืองดีตะครุบ 2 โจ๋ปล้นแม่บ้านสาว อ้างหาเงินฉลองวันเกิด

พลเมืองดีเมืองพัทยา ช่วยกันล้อมจับ 2 หนุ่มวิ่งราวกระเป๋าแม่บ้านสาวกลางดึก สารภาพหาเงินจัดงานวันเกิดให้เพื่อน แต่ถูกจับ-อดฉลอง

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (26 ก.พ.) ร.ต.อ.พันลภ หลิ่งรอด รองสวป สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งพลเมืองดีว่าสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ไว้ได้ บริเวณ ซอยบัวขาวพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นซอยตันพบพลเมืองดีกว่า 10 คนล้อมจับผู้ก่อเหตุไว้ได้สองคน ทราบชื่อภายหลังคือนายนันธวัฒน์ อายุ 18 ปี และ นายณัฐพงษ์ อายุ 18 ปี พร้อมของกลางเป็นกระเป๋าสะพายสีดำแบบผู้หญิงภายในมีเงินสด 520 บาท และเอกสารสำคัญหลายรายการ รอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี

สอบถาม นายสมโภชน์ อายุ 48 ปี พลเมืองดี เล่าว่าขณะที่ตนเองกำลังขับขี่จยย.กลับบ้านภายในซอยบัวขาว เห็นผู้ก่อเหตุกำลังขับขี่จักรยานยนต์หลับหนีอย่างรวดเร็ว โดยมี น.ส.วรรณี 40 ปี แม่บ้านโรงแรมย่านพัทยาผู้เสียหาย ไล่ติดตามและร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบเร่งเครื่องติดตามไป จนกระทั่งผู้ก่อเหตุหลบหนีเข้าไปในซอยตัน ตนเองจึงตะโกนให้ชาวบ้านช่วยกันล้อมจนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้และแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

เบื้องต้น ร.ต.อ.พันลภ ได้สอบสวน นายนันธวัฒน์ และ นายณัฐพงษ์ ทั้งสองรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นเพราะจะหาเงินไปจัดวันเกิดให้นายณัฐพงษ์ ซึ่งเกิดวันที่ 25 กุมพาพันธ์ แต่ถูกพลเมืองดีจับส่งตำรวจก่อนเลยอดฉลองวันเกิด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.ชัชชพล ภัทรศิริพร หัวหน้างานสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม คุมตัว นายนันธวัฒน์ และ นายณัฐพงษ์ 2 ผู้ต้องหาในคดีนี้มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับเชิญ น.ส.วรรณี อายุ 40 ปี ผู้เสียหาย และ นายสมโภชน์ อายุ 48 ปี กับ นางกัลยา อายุ 39 ปี สองสามีภรรยา พลเมืองดีที่ช่วยกันจับกุมตัวผู้ต้องหา มาที่ สภ.เมืองพัทยา

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่าเคยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อ เพราะจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเคยวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวมาแล้วนับไม่ถ้วน นอกจากนี้ต้องขอชื่นชมพลเมืองดีที่ช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ อย่างไรก็ตาม คงต้องฝากไปถึงประชาชนว่าหากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ ถ้าคิดจะช่วยเหลือสังคมด้วยการทำตัวเป็นพลเมืองดี ก็ขอให้ทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้

ด้านนายสมโภชน์ พลเมืองดีรายนี้ เปิดเผยว่า ปกติตนเองกับภรรยาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ “ชาโตเดลคอนโดมิเนียม” หลังเจอเหตุการณ์นี้ต่อหน้าต่อตาเลยไล่ตามคนร้ายไป ก่อนใช้ยุทธวิธีที่เคยฝึกในสมัยเป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน หรือ ชรบ. เลยสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้โดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

ในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหาย ก่อนที่ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร จะมอบเงินรางวัลเป็นสินน้ำใจให้กับ นายสมโภชน์ และภรรยา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำความดี นอกจากนี้จะได้จัดทำใบประกาศเกียรติคุณเพื่อมอบให้ในภายหลังอีกด้วย

ผัวฉุนเมียไม่เซ็นใบหย่า ชักปืนตีหัวแตก โชคดียิงแล้วกระสุนขัดลำกล้อง

(24 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ควบคุมตัวนายวิทูรย์ อายุ 44 ปี ขึ้นบนรถสายตรวจ หลังได้ก่อสร้างใช้อาวุธปืนลูกซองพยายามยิง นางรัตน์ปราณี อายุ 39 ปี ภรรยา

และยังใช้ปืนกระบอกเดียวกันตีเข้าที่ศีรษะ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในคลินิกทันตกรรมพิเศษในเมือง

 

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถนนอำมาตย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ต.ท.สยาม ลารังสิต รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น

กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นอดีตสามี แต่ทางอดีตภรรยาไม่ยอมไปเซ็นใบหย่า ทำให้ทางฝ่ายชายโกรธ ก่อนที่ฝ่ายชายจะใช้ปืนตีเข้าที่ศีรษะหลายครั้งจนศีรษะฝ่ายหญิงแตก

จากนั้นได้ใช้ปืนยิงเพื่อหวังฆ่าอดีตภรรยา แต่ฝายหญิงหลบทันกระสุนพลาดไปโดนกระจก

 

จากนั้นผู้ต้องหาพยายามที่จะเปลี่ยนลูกปืน เพื่อหวังจะยิงซ้ำแต่ปลอกกระสุนที่ยิงออกไปได้ขัดลำกล้อง จึงทำให้ผู้ต้องหาใช้อาวุธตีเข้าที่ศีรษะอดีตภรรยาแตก จากนั้นเจ้าหน้าที่ประจำคลีนิคได้โทรแจ้งตำรวจมาจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวพยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และพกพาอาวุธปืนไม่มีเลขทะเบียน

สลด! สาวทอมวัย 15 ประชดรัก คิดสั้นผูกคอดับคาบ้าน หลังมีปากเสียงทะเลาะแฟนสาว

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 22 ก.พ. 2560 พ.ต.ต.จีระศักดิ์ แอบแฝง พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชิวิต ผูกคอตาย เหตุเกิดภายในหมู่บ้าน แสงสุภา วิลล่า ซอยเขาน้อย ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งพร้อมด้วยมูลนิธิสว่างบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้าน พบเป็นบ้าน 2 ชั้น เลขที่ 214/13 เจ้าหน้าที่ขึ้นตรวจสอบ บนชั้น 2 บริเวณริมระเบียง พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ เด็กหญิงสุพิณาย์ อายุ 15 ปี สภาพผูกคอ โดยใช้เชือกไนล่อนสีแดง ผูกติดกับคาน หลังคาริมระเบียงบ้าน แต่ทางญาติผู้เสียชีวิตได้ช่วยกันนำลงมาก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึงแต่ก็สายเกินไป น้องเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถามญาติน้องผู้เสียชีวิต เล่าว่า ขณะก่อนเกิดเหตุนั้น คนในบ้านต่างพากันนั่งดูละคร อยู่ด้านล่างของบ้าน แต่ผู้ตายนั้นอยู่ด้านบนกับน้องสาวอีกคนซึ่งนอนหลับอยู่ แต่ผู้ตายออกมานั่งคุยโทรศัพท์อยู่ด้านนอก จากนั้นไม่นาน ก็ยินเสียง คลายมีปากเสียง กับคนที่คุยโทรศัพท์ ก่อนเสียงจะเงียบไป น้องสาวอีกคนที่นอนอยู่ลุกขึ้นมาเห็นพี่สาวตัวเองผูกคอ จึงตะโกนเรียกยายที่อยู่ด้านล่าง ให้ขึ้นมาช่วยกันนำร่าง น้องบี ผู้เสียชีวิตลงมาจากคาน

เบื้องจากการสอบถาม พบว่า ผู้ตายเป็นสาวทอมบอยและได้มีปากเสียงกับแฟนสาว ก่อนที่จะเป็นเหตุสลด นอกจากนนี้ยังได้ตรวจสอบเฟซบุ๊กผู้ตาย พบว่า มีข้อความจากเพื่อในเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์มายังหน้าเฟซบุ๊กผู้ตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดเป็นแฟนสาวผู้ตาย โดยระบุข้อความ ว่า “ทำไมมึงต้องทำแบบนี้ด้วยกูไม่เข้าใจถึงกับต้องผูกคอตายเลยหรอ กูยังรักมึงทำไมต้องทำร้ายตัวเองด้วยกูไม่เข้าใจ ขอร้องอย่าตายเลยนะอยู่ทะเลาะกับกูก่อน กูรักมึงขอร้อง อย่าตายเลยนะ ถ้ามึงจะตายกูก็จะตายด้วย” ซึ่งข้อความด้งกล่าวถูกโพสหลังจากที่ผู้ตายได้เสียชีวิตไปแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่กูภัยสว่างได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปเก็บรักษาที่รพ.บางละมุง ก่อนให้ญาติผู้ตาย มาทำเรื่องขอนำศพไปบำเพ็ญกุศล ทางศาสนาต่อไป

สั่งออกราชการ! ครูสุดหื่นลวนลามเด็ก พบเหยื่อเพิ่ม 24 ราย

ความคืบหน้าคดีครูกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 ผู้อำนวยการโรงเรียนเผยจากการสอบถามผู้ปกครองพบว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีกร่วม 24 คน และไม่เปิดเผยอีกนับไม่ถ้วน ล่าสุดได้ทำหนังสือไล่ออกส่งต้นสังกัดอนุมัติแล้ว พร้อมทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ ด้านคดีอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเตรียมส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีต่อไป

(14 ก.พ.) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านกล้วย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ต้องขออภัยเนื่องจากติดลากิจ เนื่องจากลูกสาวป่วย ได้มาทราบเหตุการณ์จากรองผู้อำนวยการ ได้บอกว่ามีผู้ปกครองมาร้องเรียนว่า ครูอนุพันธ์ ได้ทำอนาจารกับเด็ก ซึ่งรู้สึกตกใจมาก แต่เบื้องต้นได้สั่งการทำเรื่องแจ้งกับหน่วยงานต้นสังกัด สั่งพักราชการครูคนนี้ก่อน

จากนั้นให้ดำเนินการสอบสวนเด็กที่ได้รับผลกระทบ หรือความเสียหายในครั้งนี้ จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับของโรงเรียน แต่การตั้งกรรมการสอบวินัยเป็นเรื่องของเทศบาลเมืองชัยนาท เนื่องจากโรงเรียนเป็นนิติบุคคล ขณะนี้นายกเทศมนตรีเมืองชัยนาทได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้ว 1 ชุด

ซึ่งในวันนี้ได้ทำการสอบข้อเท็จจริงกับนักเรียนและผู้ปกครองบางส่วนไปแล้ว ขอให้คำมั่นสัญญาและยืนยันว่าทางโรงเรียนจะให้ความเป็นธรรมกับลูกๆของเราและผู้ปกครอง และจะดำเนินการทางวินัยอย่างถึงที่สุด ไม่ยอมให้เขาสามารถไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนอื่นได้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าทางโรงเรียน และเทศบาลเมืองชัยนาทจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

ผู้อำนวยการฯ ยืนยันว่า จะไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน วันนี้ได้พบพูดคุยกับผู้ปกครอง ยังเป็นที่ตกใจ ได้มารูว่าเด็กถูกกระทำอนาจารเพิ่มอีก กรณีที่มีครูในโรงเรียนส่งข้อความถึงเด็กๆ ไม่ให้แจ้งความ หากมีผู้ปกครองมาร้องทุกข์ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เวลานี้ทางโรงเรียนได้เยียวยาทางเด็กและผู้ปกครองด้วยการขอโทษและเสียใจ และจะเชิญผู้ปกครองมาประชุมอีกครั้ง อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

จากกรณีที่ผู้ปกครองบางรายยังผวากับเหตุการณ์ ไม่ยอมให้นักเรียนมาเรียนหนังสือ ขอให้เชื่อใจว่าครูที่นี่ เขารักลูก รักนักเรียนทุกคน แต่ไม่คาดคิดว่าใน 30 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ เหตุการณ์แบบนี้จะปรากฏขึ้น แต่เมื่อปรากฏแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เด็กๆ ของเราได้รับผลกระทบ ต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ปกครอง ต่อไปนี้ลูกนักเรียนปลอดภัยแน่นอน เพราะเขาไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนนี้ได้อีกเลย หรือแม้กระทั้งโรงเรียนอื่น

ผู้อำนวยการฯ กล่าวว่า “ทางโรงเรียนจะทำเรื่องถอดถอนใบประกอบวิชาชีพ และขอให้เชื่อมั่นว่าความดีที่โรงเรียน คณะครูสะสมมา บุคคลคนจะมาทำลายสถาบัน แล้วทำให้สถาบันต้องเสื่อมถอย คงไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของบุคคล สถาบันอย่าเอาเข้ามาเกี่ยวเราช่วยกันสร้างชื่อเสียงของโรงเรียนมาตลอด ขอวอนสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ทางโรงเรียนด้วยว่าโรงเรียนเสียใจ และขอฝากไปถึงครูที่ก่อเหตุว่า ถ้าคุณยังอยู่และคุณดูฉันอยู่ คุณอยากจะพูดอะไรกับสื่อมวลชนคุณช่วยตอบมาคุณควรจะยอมรับผิด ไม่ควรสู้คดี คุณต้องยอมรับผิดอย่างเดียวค่ะ”

พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์แล้วในบ่ายวันเดียวกัน ได้ทำเรื่องขออนุมัติหมายจับถึงศาลจังหวัดชัยนาท หลังจากออกหมายจับแล้ว ต่อมาวันอาทิตย์ช่วงเช้า ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน

โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7-20 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และในวันเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ควบคุมผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดชัยนาท และศาลอนุญาตฝากขัง 12 วัน แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะประกันตัวออกไป

หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน โดยสอบปากคำผู้ปกครองและเด็ก ซึ่งในส่วนของเด็กต้องทำการสอบสวนโดยสหวิชาชีพ เบื้องต้นได้ทยอยสอบไปบางส่วนแล้ว คาดว่าไม่เกิน 15 วัน จะสามารถรวบรวมข้อมูลการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด

สยอง! คนงานสาวถูกสายพานเครื่องจักรบดมือ-ศีรษะ สาหัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ก.พ.) เมื่อเวลา 11.00 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา

จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนงานของโรงงานคัดแยกพลาสติก

ตั้งอยู่ภายในซอยวัดโป่งสะเก็ด หมู่ 5 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ถูกเครื่องจักรบดแขนและศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมรถพยาบาลเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.ควน เรือง อายุ 24 ชาว กัมพูชา นอนหมดสติอยู่ข้างเครื่องจักรที่ใช้สำหรับคัดแยกพลาสติก

 

ตรวจสอบพบมีแผลแตกที่บริเวณศีรษะและแขนซ้ายถูกสายพานของเครื่องจักรบดเป็นแผลฉกรรจ์จนแหลกละเอียด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบางละมุง

 

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงาน เล่าว่า ขณะที่ น.ส.ควน เรือง ทำงานคัดแยกพลาสติกอยู่ตามปกติ จู่ๆ

เจ้าตัวได้ทำของหล่นอยู่ข้างๆ สายพานจึงก้มลงไปเก็บ แต่ระหว่างนั้นเส้นผมเกิดเข้าไปติดในสายพานและดึงศีรษะกับแขนซ้ายเข้าไป

จนศีรษะและแขนถูกบดเป็นแผลฉกรรจ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อนคนงานจึงรีบปิดเครื่องก่อนแจ้งให้หน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือดังกล่าว