อดีตประธานาธิบดีกาตาลุญญา ถูกจับโดยตำรวจเยอรมัน

นายการ์ลัส ปุดจ์ดาโมน อดีตประธานาธิบดีของกาตาลุญญาถูกตำรวจเยอรมันจับกุม ตามหมายจับของยุโรป

( 25 มี.ค.) สื่อต่างประเทศรายงานว่า นายการ์ลัส ปุดจ์ดาโมน ถูกจับกุมโดยตำรวจทางหลวงของเยอรมันทางตอนเหนือของรัฐชเลสวิก – โฮลชไตน์ ใกล้กลับพรมแดนประเทศเดนมาร์ก โดยการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเป็นไปตามหมายจับของยุโรป (European Arrest Warrants – EAW) โดยนายปุดจ์ดาโมนพร้อมคณะถูกศาลสเปนออกหมายจับข้อหากบฏจากความพยายามที่จะประกาศเอกราชแคว้นกาตาลุญญา ซึ่งหลังจากถูกหมายจับเจ้าตัวได้ลี้ภัยไปยังประเทศเบลเยี่ยม จนนายปุดจ์ดาโมนถูกจับในวันนี้ หลังจากเดินทางกลับจากฟินแลนด์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นทางศาลสูงสุดของสเปนได้ตัดสินโทษจำคุกบรรดาแกนนำการแบ่งแยกแคว้นกาตาลุญญาเมื่อปีที่แล้ว จำนวน 25 คน ข้อหามีพฤติกรรมเป็นกบฏ ซึ่งคาดกันอดีตประธานาธิบดีกาตาลุญญาอาจโดนโทษจำคุกสูงสุดถึง 30 ปี

ซึ่งหลังจากศาลประกาศคำตัดสินจบ ได้มีประชาชนที่ไม่พอใจกับคำตัดสิน ออกมาแสดงการต่อต้านคำพิพากษาในครั้งนี้ คำพิพากษาในครั้งนี้ถือว่าเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับการเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพของกาตาลุญญา

วาฬ 150 ตัวตายเป็นปริศนา เกยตื้นริมหาดออสเตรเลีย

พบวาฬนำร่องครีบสั้นกว่า 150 ตัว ลอยตายเกยตื่นหาดในออสเตรเลีย พบมีชีวิตรอดเพียง 15 ตัวเท่านั้น

สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีการพบวาฬนำร่องครีบสั้น สายพันธุ์ “en masse” กว่า 150 ตัว ลอยมาตายเกยตื่นอยู่บนชายหาดแห่งหนึ่งที่อ่าวฮาเมลิน ห่างจากเมืองเพิร์ท 315 กิโลเมตร เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยนับ 10 คน อยู่ที่ชายหาด พยายามรักษาชีวิตวาฬให้ได้มากที่สุด ด้วยปัจจัยจากความแข็งแรงของพวกมัน สภาพอากาศที่เปียกชื้นและมีลมแรงส่งผลกระทบต่อการช่วยเหลือวาฬโดยพบว่ามีเพียง 15 ตัวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

ทั้งนี้ที่หาดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ประกาศห้ามประชาชนเข้าใกล้พื้นที่แล้ว เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากฉลามที่ได้กลิ่นศพวาฬล่อให้เข้ามาตามแนวชายฝั่ง

โดยปกติแล้ว วาฬนำร่องครีบสัตว์พบในน่านน้ำเขตร้อน ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดวาฬจำนวนมากขนาดนี้ถึงลอยมาตายเกยตื้น แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอาจเกิดจากการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากอาการป่วย บาดเจ็บ หรือพบเหตุร้าย ของวาฬตัวอื่นๆ ที่พาเข้าฝั่ง หรืออาจเป็นเพราะรูปร่างของชายหาดทำให้พวกมันลอยเข้ามาเกยตื้นดังกล่าว

ปักกิ่งไฟเขียวทดสอบ ‘รถยนต์ขับด้วยตัวเอง’ บนถนนสาธารณะ

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า วานนี้ (22 มี.ค.) กรุงปักกิ่ง นครหลวงแดนมังกร เปิดการขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับใบอนุญาตชั่วคราว สำหรับการทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (self-driving) บนถนนสาธารณะ หลังปักกิ่งได้เปิดถนน 33 สาย ความยาวรวม 105 กิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่นอกถนนวงแหวนที่ 5 และไกลจากย่านชุมชนแออัด เพื่อการทดสอบรถยนต์ประเภทดังกล่าว

ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการจัดการการทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองบนถนนสาธารณะ ระบุว่า รถยนต์ประเภทดังกล่าวต้องถูกขับทดสอบในพื้นที่ปิดขนาด 78 ไร่ ในเขตห่ายเตี้ยน เพื่อเก็บระยะทาง 5,000 กิโลเมตร รวมถึงผ่านการประเมินจากเจ้าหน้าที่ก่อน จึงจะเข้าเกณฑ์การขอทดสอบบนถนนสาธารณะ

นอกจากนั้นตัวรถยนต์ยังต้องถูกติดตั้งอุปกรณ์เฝ้าติดตามที่สามารถติดตามพฤติกรรมการขับรถ เก็บข้อมูลพิกัดตำแหน่งของรถยนต์ และติดตามว่ารถยนต์อยู่ในสถานะขับเคลื่อนด้วยตัวเองหรือไม่ ส่วนตัวคนขับทดสอบต้องได้รับการฝึกอบรมความรู้ไม่น้อยกว่า 50 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ใบอนุญาตชั่วคราวสำหรับการทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองจะมีอายุเพียง 30 วัน โดยผู้ถือใบอนุญาตสามารถยื่นขอต่ออายุได้หลังจากรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองผ่านการประเมินแล้ว

ป่ายตู้ (Baidu) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีน ซึ่งได้รับไฟเขียวให้นำรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองเข้าทำการทดสอบ กำลังพัฒนาแผนที่ความละเอียดสูงสำหรับรถยนต์ประเภทดังกล่าว โดยแผนที่ฉบับแรกจะอ้างอิงข้อมูลจากถนน 33 สาย ที่ปักกิ่งกำหนดไว้สำหรับการทดสอบ

ถาว จี้ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิครถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเองของป่ายตู้ บอกว่า ความปลอดภัยและการเคารพกฎจราจรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการทดสอบในช่วงแรก รถยนต์จะวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่าความเร็วจำกัดเล็กน้อยและถูกติดตั้งเซ็นเซอร์หลายชุด เพื่อป้องกันการชนคนเดินถนนหรือยานพาหนะอื่นๆ บนถนน

เพื่อนร่วมงานระดมเงินซื้อรถ หลังพ่อเลี้ยงเดี่ยวเดิน 17 กม. ไปทำงานทุกวัน

เพื่อนร่วมงานระดมเงินซื้อรถ หลังคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยววัย 21 ปีคนหนึ่ง เดินเท้าไกลกว่า 17 กิโลเมตร ไปทำงานทุกวัน

วันที่ 12 ก.พ. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เทรนตัน ลูอิส อายุ 21 ปี จากรัฐอาร์คันซอ ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่เพื่อดูแลเลี้ยงดูลูกสาววัยเยาว์และภาระอื่นๆ อีกหลายด้าน ทุกวันเขาต้องเดินเท้าไปทำงานเป็นระยะทางไกลกว่า 17 กิโลเมตร กระทั่งเพื่อนร่วมงานรู้เรื่องเข้า และสุดคาดคิดเมื่อพวกเขาระดมเงินกันซื้อรถยนต์คันหนึ่งให้เทรนตันไว้ใช้งาน

เทรนตันเผยว่า ทุกวันเขาต้องตื่นนอนตอนเที่ยงคืน ออกเดินก่อนเวลาตี 4 เพื่อไปให้ทันเวลาทำงาน โดยบางครั้งเขาก็นั่งรถไป แต่ส่วนใหญ่จะพึ่งพาสองขาของตนเองเดินไปมากกว่า เทรนตันบอกว่า “ผมไม่อยากพลาดเวลางาน ผมอยากอยู่กับลูกสาว อยากสนับสนุนเธอ อยากเป็นพ่อที่สมบูรณ์แบบให้เธอ”, “ที่ผ่านมาผมไม่เคยไปทำงานสาย และผมจะทำงานให้ได้มากเพื่อลูกสาว”

เคนเนธ ไบรอันต์ เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเทรนตันบอกว่า “เราเห็นเขามีความตั้งใจแน่วแน่และมีจิตใจเด็ดเดี่ยว จึงตัดสินใจช่วยเหลือเขา” ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีหลายคนที่ไม่รู้ถึงสถานการณ์ครอบครัวของเทรนตัน แต่เคนเนธรู้ ซึ่งเขาบอกว่า “นี่คือชายหนุ่มที่ขยัน เอาการเอางาน และจะพยายามให้ถึงที่สุดเพื่อให้ประสบความสำเร็จ”, “ผมประหลาดใจมากที่ทุกวันเขาตื่นตอนเที่ยงคืน และเดินไกลขนาดนั้นมาทำงาน”

และภายในเวลาอันรวดเร็ว บรรดาเพื่อนร่วมงานก็ได้ระดมเงินเพื่อซื้อรถยนต์คันหนึ่งราคาราว 2,500 เหรียญ (ประมาณเกือบ 80,000 บาท) ให้กับเทรนตันไว้ใช้งาน โดยเซอร์ไพรส์เขาด้วยการมอบกุญแจรถคันนั้นให้เขา ซึ่งเทรนตันบอกว่า “นี่เป็นรถคันแรกของผมเลย” พร้อมกล่าวขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่ได้ให้ความช่วยเหลือนี้กับเขา

โซเชียลจีนน้ำตาซึม ลุงส่งตู้เย็นขอแค่หลับพักสายตาเบาๆ ก็เพียงพอ

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า ภาพรถจักรยานยนต์สามล้อกำลังขนส่งสิ่งของกล่องใหญ่ขับขี่ไปบนท้องถนน แต่ปรากฏว่าด้านท้ายรถมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างอ่อนเพลีย ทำให้ภาพนี้กลายเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ และสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับชีวิต แม้อยู่ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนที่เป็นวันหยุดยาวแล้วก็ตาม

ภาพดังกล่าวระบุว่าถ่ายเอาไว้ได้ที่ถนนสายหนึ่ง ใจกลางนครเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน คนงานกำลังอยู่ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์สามล้อขนส่งตู้เย็นขนาดใหญ่ไปตามที่หมายที่กำหนด แต่ด้านท้ายรถสามล้อนั้นพบชายสูงวัยคนหนึ่ง นั่งปิดตาเคลิ้มหลับ เป็นการพักสายตาระหว่างผ่านการจราจรในยามเช้า

เจ้าของภาพที่บังเอิญไปเห็นและได้จอดรถติดสัญญาณไฟแดงอยู่ใกล้กัน จึงได้สอบถามสารทุกข์สุกดิบกับชายคนดังกล่าว โดยเขาก็ทักทายกลับมาตามปกติ พร้อมกับเล่าว่า เพราะเรามีกิจการเป็นของครอบครัว ก็ต้องทำเอง ส่งของเองแบบนี้ เพราะช่วงนี้คนงานไม่ได้ ส่วนข้างหน้ารถนั้นก็คือลูกชายของคุณลุง ทำหน้าที่เป็นคนขับขี่รถสามล้อ

ถึงแม้ว่าเขาจะค่อนข้างชราลงตามกาลเวลา แต่การทำมาหากินก็ยังต้องทำต่อไปเพื่อดำรงชีวิต โดยที่เมื่อตู้เย็นไปส่งถึงมือลูกค้าแล้ว เขากับลูกชายต้องช่วยกันใช้พละกำลังยกตู้เย็นใหญ่ไปวางตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่ได้ใช้เครื่องทุ่นแรงใดๆ เข้ามาช่วย เขายังทิ้งทายไว้ว่า “ไม่มีเงินก็อยู่ไม่ได้ ตรุษจีนหยุดกลับบ้านไปก็แค่นั้น”

เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ชายสูงวัยก็ยิ้มให้และหลับตาลงเพื่อพักสายตาอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ยังหนาวเย็นในช่วงเช้า หลังจากภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป หลายคนก็แสดงความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้ รวมทั้งส่งกำลังใจให้คนสู้ชีวิตทุกๆ คน ที่ยังต้องทำงานเลี้ยงชีพในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้